Fortnite ทุ่มเงินรางวัลกว่า 3 พันล้านบาท ประเดิมแข่ง eSports ปีแรก

สะเทือนวงการ eSports ทั่วโลกเมื่อ Epic Games ประกาศทุ่มเงินรางวัล $100 ล้านเหรียญฯ หรือราว 3 พันล้านบาท จัดการแข่งขันเกม Fortnite Battle Royale ประเดิมปีแรก 2018 – 2019 โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นหลายรายการตลอดทั้งปีในรายละเอียดยังไม่ระบุไว้ชัดเจน แต่เดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ในงาน E3 2018 จะมีรายการ Fortnite Party Royale แข่งขันกันทั้งหมดจากผู้เล่น 100 คน ด้านผู้พัฒนา Epic Games เผยว่า “วิธีการของเราจะต่างออกไปจากการแข่ง Esport แบบดั้งเดิม โดยโฟกัสไปที่คนเล่นและคนดู”

การเปิดโหมดใหม่ Solo Showdown แบบการไต่อันดับ Competitive เป็นสัญญาณแรกที่เกม Fortnite Battle Royale กำลังขยายขอบเขตสู่การแข่งขัน Esport โดยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เล่นที่สามารถเอาชนะในโหมดนี้ด้วยรางวัลตอบแทนเป็นเงิน V-Bucks ตั้งแต่อันดับ 100 ไปจนถึงอันดับ 1 หรือแชมป์คนสุดท้ายจะได้รับเงิน 25,000 V-Bucks คงไม่ใช้เหตุบังเอิญที่จู่ๆ Epic Games ก็เปิดโหมดใหม่ต่อเนื่องกันจนถูกมองว่าเป็นการเริ่มต้นสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพเพื่อให้ผู้เล่นฝึกปรือฝีมือทำความคุ้นเคยกับโหมดใหม่ที่อาจนำไปสู่การแข่งขันที่ใหญ่กว่า

ซึ่ง Event หรือกิจกรรมต่างๆที่ทาง Epic Games จัดขึ้นพยายามลดช่องว่างระหว่างผู้เล่นระดับมือโปรและกลุ่มคนดูที่มีสตรีมเมอร์ชื่อดังเป็นไอดอลเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแข่งขัน นอกจากการรวมดาวเด่นจากสตรีมเมอร์บน Twitch และ Youtube ในส่วนของผู้เล่นที่ดีที่สุด 50 อันดับแรก Fortnite Battle Royale จากการแข่งขันในโหมด Solo Showdown จะได้รับเชิญเข้าร่วมแข่งขันรายการ Fortnite Party Royale ที่งาน E3 2018 ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตามการประกาศทุ่มเงินรางวัลกว่า 3 พันล้านบาท ทำให้เกม Fortnite Battle Royale ขึ้นแท่นเกมที่มีเงินรางวัลสูงที่สุดในวงการ eSports จากเดิมที่เกม Dota 2 ได้ทำสถิติไว้สูงสุดมาอย่างยาวนาน แต่ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือเกมแนวเดียวกันอย่าง Playerunknown Battlegrounds ที่ฐานคนเล่นลดลงเกือบทุกเดือนในปีนี้ โดยเฉพาะการทุ่มเงินมหาศาลของทาง Epic Games อาจทำให้เกม PUBG สูญเสียฐานคนเล่นฝั่งตะวันตกและยุโรปมากขึ้น หลายคนเปลี่ยนไปเล่นเกม Fortnite เพราะเริ่มเห็นอนาคตมากกว่า

ดูข้อมูลเกม Fortnite คลิกที่นี่

ข่าวเกมส์ออนไลน์ - GameMonday

×
ad-44