รีวิวเกมส์ Cosmic League เปิดฉากสงครามหุ่นรบโมเอะก๊อก 2

CL Cover

สืบเนื่องกระแสเกมส์มือถือ Cosmic Break Adventure กำลังมาแรงโดนใจสาวกอนิเมะจากการหยิบนำฟีเจอร์เด่นของเกม Cosmic Break ทั้งสองภาคมาผสมกันได้อย่างลงตัว แต่ในบทความนี้เราจะมารีวิวเกมส์ Cosmic League ภาคใหม่ล่าสุด ถ้าพูดถึงบริษัทพัฒนาเกมส์ออนไลน์สัญชาติญี่ปุ่นเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักสตูดิโอ CyberStep เจ้าของผลงานเกมออนไลน์ชื่อดังมากมายที่โดดเด่นในเรื่องภาพกราฟฟิกสีสันฉูฉาดผสมผสานความเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นอย่าง GetAmped, Onigiri และ Cosmic Break ซึ่งเกมส์ที่กล่าวมาทั้งหมดยังคงเปิดให้บริการอยู่ในบ้านเราภายใต้การดูแลของค่าย Digicrafts ในขณะที่เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการโดย CyberStep ทำให้ผลงานเกมส์ใหม่ๆ มักจะถูกนำมาเปิดให้บริการอย่างรวดเร็ว

สำหรับผลงานเกมส์ใหม่ล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในเวลานี้คงหนีไม่พ้นเกมส์สงครามหุ่นรบโมเอะ Cosmic Break 2 ที่เริ่มเปิดให้บริการแล้วในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อ Cosmic League หากอิงเค้าโครงเนื้อเรื่องจากภาคก่อนจักรวาลได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ BRD, DOS และ WIZ เข้าทำสงครามกันเพื่อจุดมุ่งหมายในการคืนชีพให้แก่เทพเจ้าของตัวเอง แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานนับหลายปี แต่ความหลากหลายของอารยธรรมยังคงมีอยู่และกระจัดกระจายไปทั่วจักรวาล การสู้รบค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปสู่การแข่งขันระดับลีก

CL 01

ตัวละครในเกมส์ Cosmic Break 2 จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Humanoid สาวน้อยโมเอะในชุดเกราะสุดไฮเทค และ Robot หุ่นยนต์รบ ซึ่งยังได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ทั้งหมด 6 คลาส ได้แก่ Assault, Panzer, Aerial, Buster, Fortress และ Jammer แต่ละคลาสจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกันออกไป (ตัวอย่างเช่น Panzer จะให้คุณสมบัติในการโจมตีระยะประชิดได้ดี) ในช่วงเริ่มต้นเกมส์จะมีให้เลือกเพียง 3 คลาส Assault, Panzer และ Buster ผ่านตัวละครสาว Cosmoloids ทั้ง 3 ตัวละครหลัก Crimrose, Lunastacia และ Fiona

CL 02

โดยข้อมูลตัวละครจะถูกเก็บไว้ในระบบ My Ship แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก ไม่ว่าจะเป็นการคราฟ, จัดการไอเทม, กำหนดยูนิต และอีกหนึ่งส่วนสำคัญเป็นโหมดจัดการตัวละครมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะทั้งการสวมใส่ไอเทม, อัพเกรดระดับเลเวล และระบบปรับแต่งตัวละครที่ได้เพิ่มอิสระให้แก่ผู้เล่นสามารถปรับแต่งส่วนต่างๆ บนร่างกายตัวละคร อาวุธ ผ่านสีที่มีให้เลือกมากกว่า 144 สี หรือแม้กระทั่งการอิมพอร์ตข้อมูลจากพีซีเข้าไปตกแต่งได้อีกด้วย ซึ่งส่วนนี้จัดได้ว่าเป็นจุดเด่นที่ทำให้ตัวละครของเรานั้นมีความแตกต่างจากตัวละครของผู้เล่นคนอื่นๆ เมื่ออยู่ในหน้าล็อบบี้

CL 03

เกมส์เพลย์ยังคงแนวการเล่นสไตล์ Casual MMO Battle Shooting เหมือนภาคแรกใช้เมาส์และคียบอร์ดในการควบคุมเป็นหลักผ่านมุมมองแบบ TPS หรือมุมมองบุคคลที่ 3 มองผ่านหลังตัวละคร ซึ่งปุ่มการควบคุมบางอย่างได้ปรับเปลี่ยนใหม่ให้มีความสนุกมากขึ้นในฉากการต่อสู้อย่างปุ่ม F ใช้ยกสิ่งของในแผนที่ และการเพิ่มปุ่ม Shift เพื่อใช้ทักษะพิเศษ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมด้วย Gamepad แต่กลับมีปัญหาเมื่อปรับการควบคุมด้วยจอยแบบ Xbox360 ทำให้ตัวละครเคลื่อนที่และมุมกล้องหมุนอยู่ที่เดิมจนต้องปรับไปใช้การควบคุมแบบเก่า

CL 04

เมื่อเข้าสู่โลก Cosmic Break 2 ผู้เล่นทุกคนจะถูกวาปมายังเมืองหลักเปรียบเป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้เล่นหรืออาจจะเรียกว่า “ล็อบบี้” คล้ายเกมส์ Phantasy Star Online รวมไปถึงการรอเข้าร่วมแข่งขันในลีกที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Rookie, Prime และ Master ผู้เล่นจะถูกสุ่มเข้าร่วมต่อสู้ในสังเวียนแบบ 10v10 บางครั้งจำนวนผู้เล่นไม่เพียงพอจึงมีบอทผสมเข้ามาด้วย โหมดการเล่นที่พบบ่อยจะมอบภารกิจให้ผู้เล่นบุกเข้าไปทำลายป้อมปราการของอีกทีมให้หมดสิ้นจึงเป็นฝ่ายชนะ

CL 05

แต่ในระหว่างการแข่งขันทั้ง 2 ทีม มีโอกาสพลิกกลับมาชนะหรือแพ้ได้ทุกเวลา เพราะก่อนเข้าร่วมการแข่งขันเราสามารถตั้งค่า Cosmoloids ตัวละครได้สูงสุดถึง 5 ตัวละครแตกต่างกันเพิ่มความหลากหลายในการต่อสู้ที่ไม่ซ้ำกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้า Cosmoloids ตัวแรกถูกทำลาย พอเกิดใหม่ระบบจะให้เลือก Cosmoloids ตัวอื่นๆ ที่ได้ตั้งค่าไว้เพื่อนำมาใช้ในการแข่งขันต่อไป ในขณะที่ Cosmoloids ที่ถูกทำลายไปแล้วจะอยู่ในสถานะการฟื้นฟูค่าพลังชีวิตและสามารถสลับสับเปลี่ยนนำกลับมาใช้ในการแข่งขันได้

CL 06

ซึ่งสิ่งที่ดูเหมือนจะโดดเด่นจนดึงดูดสาวกอนิเมะได้ไม่น้อยคงจะเป็นภาพกราฟฟิกที่ได้ยกระดับให้สวยงามทันสมัยกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัดจากขุมพลังเกมส์เอนจินใหม่ที่พัฒนาขึ้นเองโดย CyberStep การออกแบบโมเดลตัวละครและเพิ่มรายละเอียด texture การแสดงผลภาพสวยงามคมชัด โดยเฉพาะตัวละครนักรบสาวที่เป็นตัวชูโรงของเกมนี้มีความเป็นตัวการ์ตูนญี่ปุ่น บางครั้งก็ทำให้นึกถึงเกมส์ Phantasy Star Online ทั้งเสียงประกอบฉาก เสียงพูดของตัวละคร และสภาพแวดล้อมกลางวัน-กลางคืนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

CL 07

จากภาพรวมของเกมส์ Cosmic League หลังจากที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมทดสอบเป็นเวลาเกือบสามวันเต็มมีความรู้สึกว่าองค์ประกอบหลายๆ ส่วนยังคงเหมือนกับภาคแรก หากไม่พูดถึงภาพกราฟฟิกที่ทำให้รู้สึกแปลกใหม่ ทั้งระบบเกมส์เพลย์ โหมดการเล่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามานิดหน่อย แต่บางโหมดสำคัญกลับหายไป อาจเป็นเพราะว่าตัวเกมส์ยังอยู่ในช่วง Beta ส่วนระบบอื่นๆ อย่างร้านขายไอเทมภายในเกมส์ยังคงเน้นแฟชั่นเครื่องแต่งกายตัวละครน่าจะดูดตังสาวกอนิเมะได้เยอะพอสมควร

CL 08

×