เคยรู้สึกมั้ยว่าเกม Open World บางเกมแผนที่ใหญ่ก็เหมือนจะดี แต่เดินไปเดินมากลับเหมือนไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ฉากอลังการ ซึ่งความเป็นจริงสิ่งที่ทำให้โลกในเกมมันสนุกยิ่งขึ้น ไม่ใช่ขนาดแผนที่แต่คือ “เนื้อเรื่อง” นี่แหละ ยิ่งเกมไหนใส่ดีเทลพวกประวัติศาสตร์ ตำนาน หรือเรื่องราวบางอย่างลงไปก็ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
ดังนั้นบทความนี้เลยจะมานำเสนอเกมที่มีเนื้อเรื่องให้อ่านและติดตามต่อ ที่แทรกทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ ไปจนถึงรายละเอียดที่ซ่อนอยู่โลกภายในเกมซึ่งเพิ่มมิติของเกมได้เป็นอย่างมาก ทำให้คิดความคิดในตอนแรกที่เราแค่ “เล่นเกม” สุดท้ายกลายเป็นเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริงๆ ใครเป็นสายชอบอ่านเนื้อเรื่อง บอกเลยว่ารายชื่อพวกนี้ควรลองเล่นให้ครบไม่งั้นถือว่าพลาดของดีไป
สารบัญ
แนะนำรายชื่อเกม Openworld เนื้อเรื่องแน่น
Elden Ring

เกมนี้คือผลงานระดับ Masterpiece ที่ได้ George R.R. Martin มาช่วยวางรากฐานประวัติศาสตร์ของดินแดน Lands Between ทำให้เนื้อเรื่องหลักของเกมนี้มีความตื่นเต้น เหมือนอ่านมหากาพย์แฟนตาซีระดับโลก เนื้อหาไม่ได้ถูกยัดเยียดผ่าน Cutscene อย่างเดียวแต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของไอเทม สถาปัตยกรรม และศัตรูที่ต้องเผชิญ ทุกอย่างมีเหตุผลรองรับว่าทำไมโลกถึงล่มสลายและทำไมเหล่าพวกกึ่งเทพถึงต้องสู้กันเอง
ความเจ๋งคือการที่เกมปล่อยให้ผู้เล่นเป็นนักสืบไปในตัวผ่านระบบการเล่นและลูกเล่นต่างๆ คุณจะได้พบกับเรื่องราวของความรัก การทรยศ และการแย่งชิงอำนาจผ่านการสำรวจโลกที่มีศัตรูสุดโหดรออยู่ กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้แฟนเกมทั่วโลกต้องเอามาตั้งทฤษฎีถกเถียงกันเลยทีเดียว
The Witcher 3: Wild Hunt

โลกของ The Witcher 3 ไม่ได้เป็นเกมที่มีดีแค่โลกที่ใหญ่ แต่ด้วยการนำเสนอวัฒนธรรมและปูมหลังของตัวละครที่อ้างอิงมาจากนิยายและตำนานพื้นบ้านของยุโรปตะวันออก ทำให้ทุกการเดินทางของ Geralt ในทวีป The Continent เต็มไปด้วยเรื่องราวการเมืองที่ซับซ้อน สงครามระหว่างจักรวรรดิ และความเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ซึ่งความเข้มข้น เหล่านี้ถูกแทรกเข้าไปกับ Side Quest อย่างเนียน
สิ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นคือ “ทางเลือก” ที่มีให้เลือกหลากหลายและส่งผลกระทบต่อเส้น Story ที่แตกต่างกัน เลยทำให้เนื้อเรื่องมีหลายมุมมองขึ้นอยู่กับการเลือกเส้นทางของผู้เล่นที่ไม่บังคับ ผู้เล่นเลยจะได้สัมผัสกับเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไปไม่มีคำว่าถูกหรือผิด 100% ทำให้การเป็นนักล่าอสูรในโลกใบนี้เป็นประสบการณ์ที่สมจริงมากที่สุดเท่าที่เกม Open World เคยมีมา
Fallout: New Vegas

ในบรรดาซีรีส์ Fallout ภาค New Vegas คือภาคที่มีเนื้อหาของเนื้อเรื่องที่ลึกและมีชั้นเชิงที่สุด เพราะมันพูดถึงการฟื้นฟูอารยธรรมในโลกยุค Post-Apocalyptic ที่ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดไปวันๆ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์ของฝ่ายต่างๆ เช่น NCR, Caesar’s Legion และ Mr. House ซึ่งแต่ละฝ่ายมีประวัติศาสตร์และเหตุผลในการครองอำนาจที่แตกต่างกันออกไป
ผู้เล่นจะได้พบกับเรื่องราวของความแค้นและการเมืองที่ดุเดือด ทุกสถานที่ที่คุณก้าวเข้าไปจะมีร่องรอยของอดีตทิ้งไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นบันทึกในคอมพิวเตอร์เก่าๆ หรือซากตึกต่างๆ ที่เล่าพูดถึงและเปิดเผยอดีตของโลกแห่งนี้ ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในเกมสาย RPG ยกย่องว่ามีบทดีที่สุดตลอดกาล
Horizon Forbidden West

เสน่ห์ที่ดึงดูดของ Horizon คือการตั้งคำถามว่ากับเกมนี้ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับมนุษยชาติ?” เนื้อเรื่องเบื้องหลังที่มีมิติมากมายชวนให้ผู้เล่นคิดตามและพาเราไปไกลกว่าแค่การสู้กับหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ ด้วยการที่ทีมพัฒนาได้แอบซ่อนเรื่องราวต่างๆ ไว้ผ่านระบบ Story และ Gameplay ดังนั้นการไขปริศนาของอารยธรรมโบราณที่ล่มสลายไปพร้อมกับความลับ Project Zero Dawn เลยถูกแอบแทรกตลอดการเล่นไม่แปลกที่จะติดกันงอมแงม
การเล่าเรื่องผ่านระบบ Focus และการ Scan ข้อมูลต่างๆ ทำให้เราได้รับรู้ถึงความหวังและความสิ้นหวังของผู้คนในอดีต ซึ่งเนื้อหาในส่วนนี้ถูกปรับปรุงให้มีความสนุกมากกว่าภาคแรก ช่วยให้เราเข้าใจถึงที่มาของสิ่งมีชีวิตจักรกลและอันตรายใหม่ที่กำลังจะมาถึง เป็นการผสมผสานระหว่างธีม Sci-Fi และความเชื่อได้อย่างลงตัว
Cyberpunk 2077

พาเราเข้าไปใช้ชีวิตใน Night City เมืองแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยแสงสี เทคโนโลยีสุดล้ำ และด้านมืดของสังคม ผู้เล่นรับบทเป็น V ตัวละครที่เราปั้นได้เองแทบทุกอย่างตั้งแต่เพศ รูปลักษณ์ ไปจนถึงแนวทางการใช้ชีวิต เนื้อเรื่องจะเล่าถึงการดิ้นรนเอาตัวรอดในเมืองที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงิน อำนาจ และ ไซเบอร์อิมแพลนต์
จุดสนุกของ Cyberpunk 2077 คืออิสระในการเล่นจะเป็นสายยิงปืนบู๊แหลก แฮ็กระบบจากระยะไกล หรือเน้นลอบฆ่าก็ได้หมด ระบบสกิลกับอัปเกรดร่างกายเปิดให้ปรับ Builds ได้หลากหลาย เนื้อเรื่องและเควสต์ย่อยหลายอันเขียนมาดีมาก มีตัวเลือกให้ตัดสินใจซึ่งส่งผลกับบทสนทนาและเส้นเรื่องราว ใครเล่นหลังอัปเดตใหญ่ และเสริมด้วยภาคเสริม Phantom Liberty จะยิ่งเห็นว่าตัวเกมพัฒนาไปไกลจากวันแรกมาก
The Elder Scrolls V: Skyrim

The Elder Scrolls V: Skyrim คือเกมแนว Open World RPG ระดับตำนานที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเกมที่ “ดูดเวลา’ ที่สุดตลอดกาลตัวเกมพาเราเข้าสู่ดินแดน Skyrim โลกแฟนตาซีสไตล์นอร์สที่เต็มไปด้วย หิมะ ภูเขา มังกร เวทมนตร์ และการเมืองสุดวุ่นวาย ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Dragonborn ผู้มีพลังพิเศษซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของเนื้อเรื่องหลัก แต่ความสนุกจริงๆ คือเกมไม่เคยบังคับให้เราเดินตามเส้นตรง อยากออกไปผจญภัย รับเควสต์ย่อย ล่ามังกร ขโมยของ หรือใช้ชีวิตแบบชิลๆ ก็ทำได้หมดอิสระเต็มที่
จุดเด่นของ Skyrim คืออิสระระบบการเล่นที่ไม่บังคับอะไรเลยจะเล่นเป็น นักดาบ นักธนู นักเวท หรือผสมทุกสายก็ไม่มีใครว่า ระบบเลเวลไม่ได้ล็อกอาชีพตายตัวยิ่งใช้สกิลไหนบ่อยสกิลนั้นก็ยิ่งเก่งขึ้น แถมโลกในเกมยังมีเรื่องเล่าเล็กๆ ซ่อนอยู่แทบทุกมุมเดินเข้าถ้ำหนึ่งอาจได้เจอเรื่องราวดาร์กๆ หรือเควสต์ที่ยาวกว่าที่คิด
Dragon Age: Inquisition

ซีรีส์ Dragon Age ขึ้นชื่อเรื่องโลกในสไตล์แฟนตาซีที่แอบแทรกเรื่องราวทางสังคมอยู่ในเนื้อเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่าง Mage และ Templar เนื้อหามีรายละเอียดที่เยอะในหลายแง่มุม โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์ทั้ง Elves, Dwarves และ Humen ซึ่งแต่ละกลุ่มมีปูมหลังที่ขมขื่นและน่าสนใจ
ในฐานะ Inquisition ผู้เล่นมีหน้าที่กอบกู้โลกที่กำลังล่มสลาย การตัดสินใจของคุณจะส่งผลต่อโลกใบนี้และเนื้อเรื่องจะค่อยๆ เปิดเผยออกมาตามการตัดสินที่เลือก โดยเฉพาะเรื่องราวของมิติ Fade และความลับของเหล่า Elf โบราณจะค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมาผ่านการสนทนาและการสำรวจในสถานที่ต่างๆ ทำให้มันเป็นเกมที่สายเสพเนื้อเรื่องต้องประทับใจแน่นอน
Ghost of Tsushima

Ghost of Tsushima อีกหนึ่งเกมแนว Action Openworld ที่พาเราไปเป็นซามูไรในยุคญี่ปุ่นโบราณช่วงการรุกรานของกองทัพมองโกล ผู้เล่นรับบทเป็น Jin Sakai ซามูไรที่ต้องเลือกระหว่าง “เกียรติของนักรบ” กับความอยู่รอดของ “บ้านเมือง” เกมโดดเด่นด้วยบรรยากาศเกาะสึชิมะที่สวยงามมี ลมพัด หญ้าไหว ใบไม้ปลิวทุกทิศ แทบไม่ต้องมีมินิแมป แค่ตามสายลมก็รู้ทางแล้ว ถ้าใครอินหนักๆ ความรู้สึกเหมือนดูหนังซามูไรดีๆ สักเรื่อง
ด้านเกมเพลย์จะผสมระหว่างการดวลดาบแบบซามูไรตรงๆ กับการลอบสังหารสไตล์นินจา ใครอยากยืนวัดกันซึ่งๆ หน้า หรือแอบย่องแทงจากเงามืดก็เลือกได้หมด ยิ่งเล่นยิ่งรู้สึกเท่โดยเฉพาะโหมด Kurosawa ที่ทำภาพขาวดำแบบหนังซามูไรยุคเก่าใครชอบเกม Action ที่มีเนื้อเรื่องมันส์ๆ งานภาพสวย และบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณ Ghost of Tsushima คือคำตอบ
Red Dead Redemption 2

ไม่มีเกมนี้คงแปลก Red Dead Redemption 2 เกม Openworld สายคาวบอยที่เล่าเรื่องราวได้เข้มข้นและสมจริงสุดๆ จากค่าย Rockstar ผู้เล่นจะได้สวมบทเป็น Arthur Morgan สมาชิกแก๊งโจร เกมไม่ได้เน้นแค่ยิงปืนปล้นธนาคารอย่างเดียว แต่พาเราใช้ชีวิตในโลกนี้จริงๆ มีตั้งแต่ขี่ม้าลัดป่า ตั้งแคมป์ ล่าสัตว์ ดูแลม้า ไปจนถึงการพูดคุยกับผู้คนรอบตัวทุกอย่างถูกออกแบบให้รู้สึกเหมือนเรา “อยู่ในโลกนั้นจริงๆ”
เสน่ห์ของ Red Dead Redemption 2 คือรายละเอียดที่ผู้พัฒนาเก็บระดับบ้า ทั้งเนื้อเรื่องที่ค่อยๆ บีบอารมณ์ผู้เล่น ความถูกผิดของศีลธรรมทำให้การตัดสินใจของเราส่งผลต่อเรื่องราวโดยรวมของโลกและบทสนทนากับตัวละครรอบตัว ใครที่ชอบเกมเนื้อเรื่องหนักๆ มีอะไรให้ทำเยอะไม่บังคับเดินเนื้อเรื่องเส้นตรงอย่างเดียว และอยากสัมผัสบรรยากาศคาวบอยแบบดิบๆ ที่เหมือนเราหลุดเข้าไปในสมัยนั้นจริงๆ Red Dead Redemption 2 คือต้องเล่น
Genshin Impact

สุดท้ายสาวกอนิเมะต้องรู้จักทุกคนอยู่แล้วอย่าง Genshin Impact ขอเตือนไว้ว่าอย่าให้ภาพสไตล์อนิเมะหลอกคุณได้ เพราะรายละเอียดจริงๆ ของเกมนี้ไม่ได้น่ารักใสๆ เด็กๆ เล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดี แต่มีเนื้อเรื่องที่ลึกให้ติดตามตั้งแต่เริ่มเกมมีหลายอารมณ์กว่าที่คิดเยอะ เกมเล่าเรื่องของสงครามเทพเจ้าในอดีตและอารยธรรมที่ถูกลบไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกซ่อนอยู่ในคำอธิบายอาวุธเนื้อเรื่องตัวละครและแม้แต่ชื่อของอาหารเองก็มีแทรกเข้าไปด้วย
และทุกครั้งที่มีการ Update แผนที่ใหม่ ตัวเกมจะมีการขยายเนื้อเรื่องออกไปเรื่อยๆ ทำให้ผู้เล่นต้องมานั่งดูประวัติที่เชื่อมโยงกันของแต่และพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวกับภาพรวมว่า โลกนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่การสะสมจิ๊กซอว์ส่วนต่างๆ เพื่อไขความลับเป็นเสน่ห์ที่น่าติดตามและชวนให้อยากกลับมาเล่นทุกครั้งที่มีการ Update ของเกม ดังนั้นแล้วเหมือนที่เตือนไปว่า อย่าถูกหลอกด้วยภาพเท่านั้นเพราะเมื่อไหร่ที่เข้าไปเล่นจริงๆ แล้วจะรู้ว่าเกมนี้มันไม่ใช่เกมสำหรับเด็กเลย
