มีเรื่องร้อนที่วงการเกมกำลังพูดถึงกันหนาหูมาเล่าให้ฟัง ถ้าพูดถึงเกมแนว Action FPS เบอร์ต้นๆ ของโลก ชื่อของ Call of Duty ต้องลอยมาเป็นชื่อแรกแน่ๆ แต่เพื่อนๆ เชื่อไหม ว่าในปี 2025 นี้ ซีรีส์ลูกรักของใครหลายคนกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เรียกว่า “Fatigue” หรือภาวะเหนื่อยหน่าย จนทาง Activision เองก็เริ่มจะอยู่ไม่สุขแล้วเหมือนกัน

เมื่อสูตรสำเร็จเริ่มจางปรากฏการณ์เบื่อหน่ายในปี 2025
ต้องยอมรับตรงๆ ว่าเราเห็น Call of Duty ออกภาคใหม่แทบจะทุกปีจนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว แต่ในปี 2025 นี้ กระแสตอบรับจากแฟนเกมมันเปลี่ยนไป เมื่อความตื่นเต้นที่เคยมีมันพุ่งแตะจุดต่ำสุด จนกลายเป็นประเด็นที่ทีมงาน Activision มองข้ามไม่ได้อีกต่อไป เพราะผู้เล่นเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังจ่ายเงินซื้อเกมหน้าตาเดิมๆ ที่แค่เปลี่ยนฉากใหม่เท่านั้นเอง
ทำไมแฟนเกมถึงเริ่ม “เมิน” Call of Duty?
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราพอจะสรุปประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตครั้งนี้ได้เป็นข้อๆ ดังนี้:
- วงจรการปล่อยเกมที่เร็วเกินไป: การเข็นเกมออกมา Update ทุกปีทำให้ทีมพัฒนาไม่มีเวลาปรับปรุงและพัฒนาตัวเกม ให้ฉีกไปจากเดิมมากพอ ผลที่ตามมาคือความรู้สึก “เดจาวู” ที่เล่นภาคไหนก็เหมือนเดิมไปหมดไม่แตกต่าง
- ขาดนวัตกรรมที่น่าสนใจ: ในขณะที่โลกของเกมพัฒนาไปไกล มีระบบการเล่นแปลกใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ Call of Duty ยังคงยึดติดกับสูตรสำเร็จเดิมๆ จนความขลังเริ่มหายไป
- ความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้เล่น: เกมเมอร์ปี 2025 ไม่ได้ต้องการแค่เกมยิงปังๆ อย่างเดียวแล้ว พวกเขาต้องการเนื้อเรื่องที่ลึก ระบบ Multiplayer ที่สมดุล หรือลูกเล่น Real Time ที่ตื่นตาตื่นใจกว่าเดิม ซึ่งภาคหลังๆ ดูเหมือนจะสอบตกในจุดนี้ไปนิด

Activision กับทางแยกที่ต้องเลือก
ตอนนี้ Activision กำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดว่า “ปริมาณ” อาจจะไม่สำคัญเท่า “คุณภาพ” อีกต่อไป ข้อมูลจากรายงานระบุชัดเจนว่ายอดผู้เล่นและรายได้เริ่มส่งสัญญาณเตือนทำให้ต้องกลับมาทบทวนวางแผนครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาพัฒนาให้ยาวนานขึ้น เพื่อให้มีเวลาในการ ปรับปรุงเนื้อหา หรือการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ยิงกันแบบเดิมๆ
สรุปทิศทางในอนาคต
เพื่อนๆ คิดเหมือนกันไหมว่า บางทีการพักเบรกสักปีเพื่อ Update ระบบครั้งใหญ่ หรือการทำ Demo ที่โชว์ความแปลกใหม่ออกมาจริงๆ อาจจะเป็นทางรอดเดียวของซีรีส์นี้ เพราะถ้ายังขืนเดินหน้าปล่อยเกมแบบ Copy-Paste ต่อไปเรื่อยๆ มีหวังชื่อของ Call of Duty อาจจะเหลือเพียงตำนานที่คนเคยรักเท่านั้น
