คงจะดีไม่น้อย ถ้าเกม MMORPG เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างเนื้อหาเองได้

อดีตที่เคยรุ่งเรืองของเกมแนว MMORPG ถึงวันนี้พื้นที่สำหรับเกมเกิดใหม่แทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นกันอีกเหมือนช่วงศตวรรษที่ผ่านมา บางเกมโปรโมตกันมานานหลายปีสุดท้ายตัดสินใจล้มเลิกการพัฒนา หรือที่กำลังเปิดให้บริการอยู่ในเวลานี้แนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จยังไม่สามารถพูดได้เต็มปาก โดยเฉพาะการมาของเกมแนวอื่นๆ อย่าง MOBA, Battle Royale และ Survivor มีอิทธิพลมากขึ้นในวงการเกมทั่วโลก ยิ่งเป็นเรื่องยากสำหรับเกม MMORPG ความท้าทายที่เพิ่มขึ้นสร้างแรงกดดันให้นักพัฒนาต้องคิดค้นระบบเกมที่แปลกใหม่แตกต่างออกไป

นักพัฒนาเกมที่ประสบความสำเร็จนามว่า Notch ผู้ให้กำเนิดเกม Minecraft ช่วงชีวิตก่อนจะมาสร้างเกม Minecraft จนได้รับความนิยมไปทั่วโลก เขาเคยเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาเกม Wurm Online เกมแนว MMORPG ที่ให้อิสระแก่ผู้เล่นกำหนดเรื่องราวของตัวเอง แต่ความซับซ้อนของระบบทำให้ตัวเกมได้รับความสนใจจากผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม ยิ่งเกมเกิดใหม่คลอดตามกันมาเริ่มมีเนื้อเรื่องฉากหลังคล้ายกันรวมถึงระบบเกมเลยทำให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย หลายปีทีผ่านมานักพัฒนาเกมคิดหาทางออกจนเกิดแนวคิดการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างเนื้อหาเองได้ด้วยเครื่องมือที่ระบบเกมเตรียมพร้อมไว้แบบสำเร็จรูป

การหยิบยื่นเครื่องมือให้ผู้เล่นดัดแปลงองค์ประกอบภายในเกมได้ในอดีตไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก แต่ในบรรดาเกมออนไลน์ระดับตำนานอย่าง World of Warcraft เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2004 ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก จุดเด่นของการปรับแต่งด้วย add-on ที่สร้างขึ้นโดยผู้เล่นจะทำใช้เองหรือแจกจ่ายให้ผู้เล่นคนอื่นก็ยังได้ หรือความนิยมของซีรี่ย์เกม Warcraft ที่มาพร้อมโปรแกรม Map Editor ผู้เล่นสามารถใช้ทรัพยากรจากตัวเกมทั้งแผนที่ ยูนิต หรือตัวละครต่างๆ ออกแบบแผนที่ใหม่ได้อย่างอิสระไม่ยึดติดกับระบบเกมต้นฉบับ บางแผนที่ประสบความสำเร็จเกินคาดจนทั่วโลกรู้จักในชื่อเกม Dota แม้ได้กลายเป็นตำนานไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงมีคนเอ่ยถึงตลอด

ตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มเห็นเกมใหม่แนว MMORPG นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาลงไปในเกมมากขึ้น อาทิเช่น EverQuest Next & Landmark, The Elder Scrolls Online, MapleStory 2 บางเกมถึงกับเปิดให้ใช้ทรัพยากรแบบไม่จำกัดราวกับมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างเกมใหม่ชื่อ Worlds Adrift ที่มีเครื่องใหม่สำหรับเหล่า Creator สร้างโลกในฝันในแบบของตัวเองแล้วนำเสนอผ่าน Steam Workshop เพื่อให้ผู้เล่นโหวตผลงานที่โดนใจแล้วนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกม ซึ่งผู้เล่นที่มีประสบการณ์ด้านการสร้างเนื้อหาแบบ mod, map หรือ add on มาก่อนคงไม่ใช่เรื่องยาก

อย่างไรก็ตามการกำหนดเนื้อหาเองโดยผู้เล่นในเกมแนว MMORPG ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งเนื้อเรื่องและองค์ประกอบของตัวเกมที่กำหนดไว้โดยนักพัฒนาอย่างเช่น คอนเซ็ปเดิมของเกมมีฉากหลังแบบเกมจีนกำลังภายใน แต่วันหนึ่งผู้เล่นบางคนเกิดไอเดียสร้างโลกอีกใบที่มีฉากหลังอีกแบบอย่างยุคสตรีมพังค์ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เครื่องจักรไอน้ำ เรือเหาะ และอาวุธ ลองนึกภาพหากเหล่าจอมยุทธ์เดินทางผ่านประตูมิติมาโผล่ในโลกที่แตกต่างคงน่าสนใจไม่น้อย แต่มันเป็นเรื่องยากเพราะองค์ประกอบเดิมของตัวเกมไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นจึงไม่สามารถดัดแปลงให้เป็นโลกอีกใบได้

หากตัดปัญหาด้านเนื้อเรื่องและภาพกราฟฟิกออกไปตัวอย่างเกมออนไลน์ที่ทำได้ดีคงจะเป็นเกม Trove เกมแนว MMORPG ส่วนหนึ่งได้ไอเดียจากเกม Minecraft มีสายอาชีพให้เลือก เก็บเลเวลเพิ่มความแข็งแกร่ง ผู้เล่นสามารถสร้างเนื้อหาเพิ่มเติมหรือทำลายเพื่อเปลี่ยนแปลง และไอเทมบางชนิดจะระบุชื่อคนออกแบบไว้ ความสำเร็จของเกม Trove สามารถดูได้จากสถิติจำนวนคนเล่นในแต่ละวันสูงกว่าเกมแนว MMORPG ฟอร์มยักษ์บางเกมเสียอีก แต่ยังคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักพัฒนาเกมออนไลน์ยุคใหม่ หลายคนจึงตัดสินใจไปทำเกมประเภท Casual มากกว่าอย่างที่เห็น Dota, PUBG หรือ DayZ ล้วนเกิดจาก Mod เสริมเนื้อเรื่อง

อ่านข่าวเกม MMORPG คลิกที่นี่

ข่าวเกมส์ออนไลน์ - GameMonday

×