Battle Royale อาจมีชะตากรรมเดียวกับ MOBA เปิดหลังอย่าหวังได้เกิด

การปิดตัวลงของเกมฟอร์มยักษ์ Gigantic และ Paragon สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดเกมในปี 2018 หลังจากหลายปีก่อนค่ายเกมจำนวนมากให้ความสนใจในแนวเกม MOBA จนมีเกมเกิดใหม่ล้นตลาด แต่ก็ไม่สามารถเขย่าบัลลังก์เกมดังอย่าง League of Legends และ Dota 2 ลงได้ เมื่อเทียบกับแนวเกม Battle Royale ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปอาจมีชะตากรรมเดียวกัน

PlayerUnknown’s Battlegrounds อาจจะไม่ใช่เกมแรกที่บุกเบิกแนวการเล่นสไตล์ Battle Royale แต่ต้องยอมรับว่าสามารถปลุกกระแสแนวเกมประเภทนี้ให้ดังเปรี้ยงภายในเวลาแค่ 6 เดือน และความสำเร็จแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นกับเกม Fortnite เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวเกม Battle Royale ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น หลายค่ายเกมอื่นๆ จึงไม่รอช้ารีบเกาะขบวนไม่ยอมตกรถกันอย่างคึกคักกลายเป็นพฤติกรรมแบบเดียวกันทีเคยเกิดขึ้นกับแนวเกม MOBA เมื่อช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา

นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเกมทั่วโลกในปี 2018 แนวเกม MMORPG อาจซบเซาลงไปมาก ส่วน MOBA ผ่านมากี่ปีก็ยังคงได้รับความนิยม ฐานคนเล่นไม่เคยน้อยลง ซึ่งความแตกต่างทำให้บางเกมอยู่ยงคงกระพันอย่าง SMITE แต่กลับไม่มีคนพูดถึงเกม Strife จากผู้สร้าง HON หรือความล้มเหลวของเกม Dawngate, Infinite Crisis และ Guardians of Middle-earth แม้จะมาแบบเดียวกัน แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ

ซึ่งการปรับตัวให้ทันกระแสโลกเป็นเรื่องปกติในวงการเกมเพื่อการอยู่รอด ความสาเร็จของ PUGB ถือเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคิดของเกม FPS จากเกมเดินยิงทั่วไป การลอกเลียนแบบแนวความคิดจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำให้อย่างไรให้มีความแตกต่างจากเดิมเพื่อสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ หากคิดจะทำตามกันเพื่อหวังชิงส่วนแบ่งทางตลาด อนาคตแนวเกม Battle Royale ควมีชะตากรรมเช่นเดียวกับ MOBA เปิดหลังอย่าหวังได้เกิด

อ่านข่าวเกม Battle Royale คลิกที่นี่

ข่าวเกมส์ออนไลน์ - GameMonday