รีวิวเกมส์ Skyforge ก้าวสู่การเป็นมหาเทพแห่ง Aelion

 

นานๆ ครั้งจะได้เห็นเกมส์แนว MMORPG ฟอร์มยักษ์จากแดนหมีขาวควรจับตามองเป็นพิเศษ สำหรับคนที่ติดตามข่าวมาโดยตลอดคงรู้จักกันแล้วกับเกมส์ Skyforge ผลงานชิ้นโบว์แดงจากทีมพัฒนา Obsidian Entertainment และ Allods Team ที่เปิดให้บริการมาได้สักพักใหญ่ กระแสตอบรับถือว่าใช่ได้เลย เพราะตัวเกมส์รองรับหลายภาษารวมถึงภาษาอังกฤษ ทำให้คอเกมส์จากทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้าเล่นได้และเข้าใจระบบเกมส์ได้ง่ายขึ้น

นาทีแรกที่ก้าวเข้าสู่โลกของเกมส์ Skyforge ตัวละครของคุณจะเป็นอมตะนั้นคือ จุดเริ่มต้นบนเส้นทางที่นำไปสู่การเป็นเทพเจ้าแห่ง Aelion เมื่อโลกที่เคยสงบสุขได้เปลี่ยนแปลงไปจากความก้าวล้ำของเทคโนโลยีสร้างสิ่งมีชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อเผ่าพันธ์มนุษย์ ในขณะเดียวกันมีเพียงมนุษย์ไม่กี่คนที่ได้รับเลือกภายใต้การคุ้มครองของเทพเจ้าได้มอบพลังอำนาจอันทรงพลังเพื่อนำมาใช้ปกป้องโลก ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่ผลงานจาก 3 ทีมพัฒนาเกมส์ชื่อดังที่ได้เนรมิตเกมส์แนว Sci-Fi Action MMORPG ฟอร์มยักษ์ในโลกแฟนตาซีผสมผสานวิวัฒนาการของเทคโนโลยีล้ำอนาคต

SF 07

ระบบเกมเพลย์มีลักษณะคล้ายเกมส์ TERA ในการควบคุมมองผ่านด้านหลังตัวละครหรือที่เรียกว่ามุมมองบุคคลที่ 3 (TPS) ควบคุมการเคลื่อนที่ด้วยปุ่ม W A S D, SpaceBar กระโดด และ Mouse โจมตีรวมทั้งการใช้ทักษะพิเศษ ซึ่งในฉากต่อสู้จะใช้รูปแบบของ point & click จะล็อคเป้าหมายอัตโนมัติเมื่อศัตรูเข้าจู่โจม โดยจะมีสัญลักษณ์ Crosshair หรือเป้าเล็งใช้กำหนดเป้าหมายได้อย่างอิสระและในระหว่างต่อสู้ผู้เล่นสามารถควบคุมตัวละครเคลื่อนย้ายไปรอบๆ เพื่อหลบหลีกการโจมตีจากศัตรูได้อย่างรวดเร็ว

SF 04

สำหรับคาแรคเตอร์ของตัวละครออกแนวสไตล์ยุโรปรวมทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกายสามารถเลือกเล่นได้ทั้งเพศชายและหญิง ส่วนระบบปรับแต่งตัวละครมีรายละเอียดให้เลือกปรับแต่งเยอะพอสมควรทั้งโมเดลร่างกาย สีผม ใบหน้า ท่าทางการยืนหรือวิ่ง และเสียงพูด โดยผู้เล่นสามารถตั้งชื่อและสร้างตัวละครได้ก็ต่อเมื่อจบระบบฝึกสอนช่วงเริ่มต้น อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเราไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากนักกับการแต่งสวยหล่อ เพราะเมื่อเข้าสู่เกมส์เราสามารถไปคุยกับ NPC เพื่อเข้าสู่โหมดปรับแต่งตัวละครใหม่ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Style Room เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ตู้เสื้อผ้า ที่เข้าไปปรับแต่งเสื้อ เครื่องประดับ และลายสักได้ทุกเวลา

SF 02

จุดเด่นที่น่าสนใจของเกมส์ Skyforge ยังอยู่ที่ระบบ Class หรือสายอาชีพที่สามารถพัฒนาตัวละครได้อย่างไร้ขีดจำกัดด้วยระบบที่เรียกว่า “Ascension Atlas” คล้ายกับเกมส์ Path of Exile เริ่มต้นจะมีสายอาชีพให้เลือก 3 สายหลัก ได้แก่ Cryomancer, Paladin และ Lightbinder ซึ่งการจะพัฒนาไปสู่อาชีพระดับต่อไปได้นั้นผู้เล่นต้องปลดล็อค Ascension Atlas ด้วยหิน Gem ทั้ง 3 สีให้ครบเสียก่อน โดยในขณะนี้มีสายอาชีพให้เลือกทั้ง 13 อาชีพที่เราสามารถออกแบบสไตล์การเล่น การกำหนดค่า Abilities และ Talent ให้มีความหลากหลายไม่ซ้ำกันเพิ่มความได้เปรียบในการต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

SF 03

ซึ่งหากมองดูเกมส์ออนไลน์ทั่วไปค่าประสบการณ์หรือ EXP นั้นมีความสำคัญอย่างมากในการยกระดับเลเวลของตัวละครให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ในเกมส์ Skyforge นั้นแตกต่างออกไปเพราะไม่มีค่า EXP โดยจะใช้ระบบที่เรียกว่า Prestige เปรียบเสมือนเลเวลของตัวละคร เริ่มต้นที่ 350 PT และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราสวมใส่ไอเทมระดับสูงไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับหรืออาวุธหลักและอาวุธรอง นอกจากนี้ยังสามารถอัพเกรดช่องสวมใส่ไอเทมเพิ่มค่า Status ด้วยหินสีฟ้าและสีดำ ซึ่งสามารถหาได้จากการลง Mission ทั่วไปหรือการย่อยสลายไอเทม นอกจากนี้มีตัวละครมีค่า PT 2,000 ขึ้นไป จะสามารถปลดล็อคระบบ Order ที่ช่วยให้การเก็บค่า Prestige รวดเร็วขึ้น

SF 05

ภาพกราฟฟิกค่อนข้างที่จะโดดเด่นอันเนื่องมาจากขุมพลังเกมส์เอนจิน Unreal Engine 4 ที่ใช้ในการพัฒนาจัดแจงองค์ประกอบต่างๆ รวมไปถึงธีมของเกมส์เข้ากันได้อย่างสวมงายและทันสมัย โดยเฉพาะในฉากคันซีนที่ไม่จำเป็นต้องนำ CG เข้ามาแทรกระหว่างการนำเสนอเนื้อหาให้เสียเวลา แต่หากถามว่าเกมส์นี้เป็นเกมส์ระดับ Next-Gen หรือไม่ คงตอบไม่ได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสองค์ประกอบบางอย่างภายในเกมส์ที่ควรจะมีกลับกลายถูกจำกัดไว้อย่างน่าเสียดาย ด้านอินเตอร์เฟสออกแบบได้มีระเบียบไม่รกหน้าจอและยังแสดงรายละเอียดต่างๆ ไว้อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย

SF 01

ภาพรวมแล้วเกมส์ Skyforge นับเป็นอีกหนึ่งเกมส์แนว MMORPG ที่โดดเด่นในด้านของภาพกราฟฟิกมองผ่านๆ ก็คล้ายกับเกมส์ FFXIV ระบบเกมเพลย์ยังคงสไตล์การเล่นแบบ Point & Click ทำให้นึกถึงเกมส์ WOW และระบบสายอาชีพคล้ายเกมส์ POE ทั้งหมดเหมือนถูกมัดรวมไว้ในเกมส์เดียวกัน ถึงแม้ทางผู้พัฒนาต้องการนำเสนอฉากต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจผ่านการใช้สกิลแสดงผลเอฟเฟคสุดอลังการ แต่การลง Mission ซ้ำไปซ้ำมาในการเก็บรวบรวม Gem อาจทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายผลสุดท้ายเกมส์นี้ก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีความอดทนน้อย แล้วคุณคิดว่าเกมส์นี้เหมาะสำหรับคุณหรือไม่?

SF 06

×