รีวิวเกม มังกรหยก KungFu 3D เกม ARPG ครบรสลิขสิทธิ์แท้ของกิมย้ง

เชื่อไหมว่าหนึ่งในนิยายกำลังภายในชื่อก้องโลก “มังกรหยก” อยู่คู่กับผู้คนมาเกือบทุกยุคทุกสมัย หากใครเป็นแฟนๆ ของกิมย้ง คงไม่ได้สนใจแค่นิยาย ด้วยความดัง ความสนุก ผสมกับตัวละครที่มีมากหน้าหลายตา มันจึงทำให้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นสิ่งต่างๆ มากมาย ไม่แพ้ 3 ก๊กเลยก็ว่าได้ และสิ่งที่ถูกดัดแปลงมาเยอะที่สุดนั่นก็คือ “เกม” มังกรหยก KungFu 3D ก็ถือเป็นเกมตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Perfect World และ Firevale Entertainment ที่กำลังจะเปิดให้บริการให้เหล่าเกมเมอร์ชาวสยามอย่างเราๆ ได้เข้าไปสัมผัสความสนุกของตัวเกมกัน

เกมเนื้อดีจากวรรณกรรมชื่อดัง

มังกรหยก KungFu 3D เป็นเกมมือถือแนว Action RPG ที่ได้ใช้ตัวละครจากวรรณกรรมเรื่องมังกรหยกของกิมย้งมาเป็นตัวละครภายในเกมทั้งหมด ซึ่งนอกจากตัวละครแล้ว ภายในเกมยังได้อิงเรื่องราวจากในวรรณกรรมมาอย่างแป๊ะๆ อีกด้วย ทั้งนี้แม้ตัวเกมจะนำอะไรหลายๆ อย่างมาจากวรรณกรรมเรื่องมังกรหยก แต่ความจริงแล้วมันได้ใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไปเพิ่มเติม และนั่นทำให้ระบบเกม รวมไปถึงธีมกราฟฟิกมีความโดดเด่น และดูไม่เก่าเลยเมื่อเทียบกับเกมวรรณกรรมตัวอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดเกมมือถือปัจจุบัน

จากตัวละครในวรรณกรรม สู่โฉมใหม่อีกครั้งในรูปแบบแฟนตาซี

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้คงไม่พ้น “ตัวละคร” ต่างๆ ที่ปล่อยออกมาให้เราสามารถนำไปจัดทีมได้อย่างอิสระทีมละ 4 ตัวละครด้วยกัน โดยตัวละครแต่ละตัวยังสามารถเปลี่ยนสกินของตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งระบบเปลี่ยนสกินของเกมนี้มีชื่อว่า “ภายนอก” เป็นปุ่มเมนูหนึ่งที่อยู่ในหน้าตัวละคร ซึ่งเจ้าระบบนี้จะทำให้พวกเราสามารถเปลี่ยนลักษณะของตัวละครให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งทุกตัวจะมีสกินพื้นฐานอยู่ 2 สกิน คือ ค่าเริ่มต้น ซึ่งเป็นชุดตั้งต้นของตัวละคร และ ชุดเทพ ชุดสุดอลังการที่ทำให้ตัวละครตัวนั้นดูเท่ห์ และโหดขึ้นยิ่งกว่าเดิม

และนอกจากภาพลักษณ์ของตัวละครที่แสดงออกมาแล้ว ท่วงท่า และสกิลการโจมตีของตัวละครนั้นๆ ยังสัมพันธ์กับในตัววรรณกรรม ซึ่งแน่นอนว่าอลังการ และดูงดงามเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ตัวละครทุกตัวยังสามารถอัพเกรดเลเวล หรืออัพเกรดค่าความสามารถต่างๆ ได้อย่างมากมาย ทั้งเลเวลตัวละคร, เลเวลสกิล, และค่าความสามารถแยกย่อยของตัวละคร ซึ่งมีระบบให้เราได้ใช้เลือกอัพเกรดอยู่เยอะมากๆ

ระเบิดศึกสุดมันส์ ทั้งบุ๋นและบู๊รวมเป็นหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ มังกรหยก KungFu 3D มีความสนุก และโดดเด่นมากยิ่งขึ้นนั่นก็คือ “ระบบการต่อสู้” เพราะภายในเกมเราสามารถเลือกได้ว่าจะควบคุมตัวละครเอง หรือปล่อยให้ AI ควบคุมแล้วเราสั่งใช้สกิล, หรือให้ AI ควบคุมทั้งหมดก็ยังได้ และแน่นอนว่าตัวละครในทีมเราก็ต้องเลือกนำมาจัดเอง ซึ่งการจัดทีมหากเลือกตัวละครจัดทีมที่มีสัมพันธ์กัน ตัวละครในทีมนั้นๆ ยังได้ค่าสเตตัสโบนัสเพิ่มเติมอีกด้วย นี่จึงพูดได้ว่าเกมเกมนี้มีทั่งบุ๋นและบู๊อยู่ในเกมเดียวกันเลย

กราฟฟิกยอดเยี่ยม ระบบหลากหลาย เล่นแล้ววางยาก

โดยนอกจากระบบต่างๆ ที่ได้บอกไว้ในข้างต้นแล้ว ตัวเกมยังมีโหมดการเล่นอื่นๆ ที่หลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “โหมดเนื้อเรื่อง” โหมดต่อสู้หลักของเกมที่เล่นได้ยาวๆ “ยุทธภพ” โหมดใหญ่ที่รวมโหมดย่อยๆ สุดสนุกไว้มากมาย ซึ่งเป็นโหมดพิเศษที่จะเปิดให้ผู้เล่นต่างๆ ได้เข้ามาฟาร์มไอเทมต่างๆ มากมาย “วรยุทธ์” โหมด PVP แบบ Real-time ที่มีรูปแบบการแข่งขันที่หลากหลาย “ดันเจี้ยนเทพอินทรี” ดันเจี้ยนพิเศษที่คล้ายโหมดเนื้อเรื่อง แต่โหดกว่ามากกกก และสุดท้าย “สำนัก” โหมดสุดสนุกที่พวกเราจะได้รวมกลุ่มกันเพื่อเปย์กลุ่มตนเองให้ติดอันดับสูงสุดให้ได้ ซึ่งแน่นอนในโหมดนั้นก็ยังมีระบบเจ๋งๆ ให้เราได้สัมผัสเพิ่มเติมอีกด้วย

จุดเด่น-จุดด้อย

จุดเด่น : โหมดการเล่นเยอะมาก กราฟฟิกและเอฟเฟคอลังการ ตัวละครสวยมีเสน่ห์ และมากเอกลักษณ์ แฟนๆ มังกรหยกต้องชอบแน่นอน

จุดด้อย : เป็นเกมที่ค่อนข้างจำแจกับเกมในตลาดมือถือปัจจุบัน อินเตอร์เฟสรกพอสมควร ระบบอัพเกรดตัวละครเยอะมาก ใครที่ไม่เคยสัมผัสเกมแนวนี้มาก่อน ช่วงแรกๆ อาจงงได้

เกมกำลังภายในภาคต่อ ที่การรันตีความมันส์

หากพูดว่าภาคต่อคงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะค่าย Firevale Entertainment คือค่ายเกมที่เคยพัฒนาเกม Kung Fu House-ศึกชิงเจ้าสำนัก ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเกมที่มีลักษณะการเล่น ธีม และอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนกันอยู่มากพอสมควร แต่ถ้านำมาเทียบ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ จะชอบ มังกรหยก KungFu 3D มากกว่า เพราะตัวเกมมีการพัฒนาจุดด้อยของเกมในเวอร์ชั่นก่อนออกไปมากทีเดียว และผมขอยืนยันอีกครั้งว่า แฟนวรรณกรรมเรื่องมังกรหยกไม่ควรพลาดเด็ดขาด ซึ่งนี่ขอรวมไปถึงเกมเมอร์สาย Action RPG ด้วย เพราะเกมเกมนี้ครบรสทุกระบบที่คอเกมต้องการเลย

ลิงก์ดาวน์โหลด

btn_applestore_off btn_googlestore_off

btn_apk_off

อ่านข่าวเกม Kung Fu 3D คลิกที่นี่