Line Dragonica Mobile พามารู้จักกับ Raid บอส

dg

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ กลับมาเจอกันอีกแล้วกับเกมส์ Line Dragonica Mobile ตอนนี้หลายๆ คนคงทำการเก็บเลเวลกันมาพอสมควร และมีระดับเลเวลที่สูงแล้ว วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับ Raid และเทคนิคในการลง Raid ให้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันเลย

Raid คืออะไร และมีดียังไง

v1

Dungeon ทั่วไป

v2

Raid บอส

Raid เปรียบเสมือนกับ Dungeon ประเภทหนึ่งเพียงแต่ภายใน Raid จะไม่มี Monster ต่างๆ เหมือนกับ Dungeon ทั่วไป โดยใน Raid จะมีเพียง Monster ประเภทบอสเพียง 1 ตัวเท่านั้น และจะมีระดับความยากที่แตกต่างกันออกไปถึง 8 ระดับ ได้แก่

v3

1.Thon’s Swamp: จะเข้า Raid 1 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 1 : Hard Mode 1-10

2.ZeroBolt’s Crystal Cave: จะเข้า Raid 2 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 2 : Hard Mode 1-10

3.Lava inside Kane St.: จะเข้า Raid 3 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 3 : Hard Mode 1-10

4.Ice Dragon’s Iceberg: จะเข้า Raid 4 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 4 : Hard Mode 1-10

5.Amethyst Mines: จะเข้า Raid 5 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 5 : Hard Mode 1-10

6.Valley in the Pool: จะเข้า Raid 6 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 6 : Hard Mode 1-10

7.Altar of the Brave: จะเข้า Raid 7 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 7 : Hard Mode 1-10

8.Chateau secret room: จะเข้า Raid 8 ได้จะต้องการเคลียร์ Chapter 8 : Hard Mode 1-10

New Raid 7: Altar of the Brave

v5

New Raid 8: Chateau secret room

Raid นั้นเป็นสถานที่ๆ เหมาะกับการหาของ Rare Item ต่างๆ ที่ไม่สามารถหาได้จาก Dungeon ทั่วไป ทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ Head, Armor, Back และ Weapon ซึ่งเมื่อเรากำจัดบอสประจำ Raid ได้สำเร็จระบบก็จะให้เราทำการสุ่มรับไอเทมทันที 1 ชิ้น (การสุ่มรับไอเทมมากกว่า 1 ชิ้น ของระบบ VIP จะไม่มีผลกับ Raid)

v6

* นอกจาก Rare Item แล้วใน Raid นั้นยังมีโอกาสดรอป Item Set Grade H ไอเทมขอบทองที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนนอกจาก Raid เท่านั้น

ความแตกต่างของ Raid แต่ละระดับ v7

v8

 Raid แต่ละระดับนั้นแตกต่างกันอย่างไร สิ่งแรกที่เราจะบอกให้เพื่อนๆ ได้รู้นั้นก็คือ ความยากที่แตกต่างกัน โดยความยากนั้นจะเรียงจากระดับ 1 – 8 นอกจากความยากที่แตกต่างกันแล้ว ของ Rare Item ที่จะได้รับก็จะมี Level ที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

การเตรียมความพร้อมก่อนลง Raid

สิ่งที่ผู้เล่นทุกคนจะมีก่อนการลง Raid อันดับแรกที่ผู้เล่นทุกคนต้องมีนั่นก็คือ Battle Point เพราะการลง Raid ในแต่ละครั้งจะต้องใช้ Battle Point จำนวน 3 Point เมื่อเรามี Battle Point เพียงพอสำหรับการลง Raid สิ่งต่อไปที่เราต้องมีก็คือ Level ที่เหมาะสมกับ Raid แต่ละระดับ เพราะถ้าหากผู้เล่นยังมี Level ไม่มานักแต่ข้ามขั้นไปลง Raid ระดับสูง ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นเสีย Battle Point ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะถ้าหาเราโดนโจมตีเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ HP ที่มีหมดหลอดเลยก็ได้ นอกจาก Level ที่สำคัญแล้วอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึง HP Potion และ MP Potion  ในตัวเราก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะทำให้สามารถเล่น และกำจัดเจ้าบอสประจำ Raid ได้ง่ายยิ่งขึ้น

เทคนิคการลง Raid ในแต่ละระดับ

สำหรับเทคนิคในการลง Raid แต่ละระดับนั้นไม่แตกต่างกันเท่าไร เรียกว่าเหมือนกันเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพียงแต่จะแตกต่างกันที่เลือด พลังการป้องกัน และพลังในการโจมตีของบอสนั่นเอง

v9

ในการลง Raid นั้นผู้เล่นจะต้องทำการหลบการโจมตีของบอสให้ดีๆ ด้วยการหลบไปยังตำแหน่งที่ไม่มีสีแดงบน Field ด้วยวิธีการ Dash หรือ เดินออกมา และเมื่อเราหลบได้แล้วก็ทำการโจมตีบอสต่อเนื่องได้เลย

v10

การเลือกสกิลเพื่อใช้ในการโจมตีบอสนั้นก็ถือว่าสำคัญเช่นกัน โดยผู้เล่นจะต้องใช้สกิลที่ให้ตรงกับจังหวะก่อนที่บอสจะทำการโจมตีลง Field เพราะถ้าหาใช้สกิลต่อเนื่องจนเกินไปอาจะทำให้ความสามารถในการหลบหลีกของเรานั้นทำได้ยากยิ่งขึ้น

v11

นอกจากการโจมตีบอสด้วยการใช้สกิลต่างๆ แล้ว ยังมีอีก 1 วิธีที่จะทำให้บอสได้รับ Damage แรง โดยการโจมตีแท่นเสาที่บอสได้ทำการเรียกออกมา แต่ถ้าหากเราไม่สามารถทำร้ายแท่นเสาได้ จากที่บอสจะได้รับ Damage จะกลายเป็นผู้เล่นได้รับ Damge กันซะเอง

v12

* เพื่อให้การลง Raid นั้นทำได้ง่าย ผู้เล่นควรลง Raid เป็นปาร์ตี้ 3 คน และควรเป็นผู้เล่นที่มีระดับเลเวลที่เหมาะสมกับ Raid นั้นๆ

และเมื่อเราลง Raid จนชำนาญแล้วการฆ่าบอสต่างๆ ในแต่ละระดับก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงเท่านี้ผู้เล่นทุกคนก็จะมี Rare Item ตาม Level ของตัวเองไว้ให้ใช้กันแล้ว หวังว่านี่คงเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ดีสำหรับผู้เล่นทุกคนนะคะ ติดตามข่าวสารได้ที่ http://m.playpark.com/th หรือ https://www.facebook.com/PlayparkDragonicaMobileTH

 

ลิงค์ดาวน์โหลด

v13

play-button apple-button

×