ในยุคนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงแฟรนไชส์เกม Borderlands ที่ไม่มีเอกลักษณ์อย่างงานภาพสไตล์ลายเส้นหมึกสุดแนวแต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อตอนที่ตัวเกมถูกปล่อยตัวอย่างออกมาครั้งแรกเมื่อก่อน มันมีหน้าตาที่ดูไม่ค่อยดีและเต็มไปด้วยโทนสีเทา ซึ่งเป็นสไตล์ที่คุ้นตากันดีสำหรับเกมแนวชูตติ้งในยุคปลาย 2000s ทว่ากว่าจะมาเป็นภาพจำอย่างทุกวันนี้ ตัวเกมต้องผ่านการยกเครื่องครั้งใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล

Strauss Zelnick CEO ของค่ายผู้จัดจำหน่าย Take-Two ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดในพอดแคสต์ของ David Senra ว่าการเปลี่ยนโฉมงานภาพของเกมในขั้นตอนสุดท้ายนั้น ต้องแลกมาด้วยการใช้งบประมาณสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องเลื่อนระยะเวลาการพัฒนาเกมออกไปอีกถึง 1 ปีเต็ม

แม้ว่าการรื้อทำภาพกราฟิกใหม่ทั้งหมดในช่วงโค้งสุดท้ายจะถือเป็นความเสี่ยงที่มีราคาแพงลิบลิ่วสำหรับ Take-Two แต่ Zelnick เผยว่าเขาได้ “ทำการบ้านอย่างหนัก” ก่อนที่จะตัดสินใจให้การสนับสนุนแนวทางนี้ แม้เขาจะยอมรับว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ “สวนทางกับสามัญสำนึก… ซึ่งคงไม่มีใครหน้าไหนในวงการธุรกิจนี้กล้าทำแบบนั้นแน่นอน” แต่ท้ายที่สุดแล้วการยอมเจ็บหนักในวันนั้น ก็ได้กลายมาเป็นจุดกำเนิดของหนึ่งในแฟรนไชส์เกมชูตติ้งที่ประสบความสำเร็จและมีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดในวงการเกมจนถึงปัจจุบัน
